เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1,000 ล้านคน ทำให้มีปริมาณการบริโภคที่สูงมาก และตั้งแต่ปี 2556 ประเทศจีนได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาคการค้าและการลงทุนไปสู่การบริโภค โดยทางการจีนมีนโยบายมุ่งผลักดันให้การบริโภคมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค รัฐบาลจีนจึงได้สนับสนุนการค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นการบริโภคในประเทศและเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจีนในระยะข้างหน้าด้วย และจากข้อมูลในปีเดียวกัน จีนได้กลายเป็นผู้ครองตลาดค้าปลีกออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกแทนสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าการซื้อกว่า 307.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สหรัฐฯ อยู่ที่ 263.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

โดยสินค้าออนไลน์ที่ชาวจีนนิยมซื้อผ่านช่องทางออนไลน์อยู่ในกลุ่มสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีปัจจัยส่งเสริมสำคัญจากรายได้ที่สูงขึ้นของชนชั้นกลาง ประสบการณ์การท่องเที่ยวต่างประเทศ ภาพความไม่ปลอดภัยของสินค้าอุปโภคบริโภคในจีนเอง และการเข้ามาดูแลธุรกิจการค้าออนไลน์ของภาครัฐบาลจีนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อออนไลน์ด้วย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าไทยที่จะเข้าสู่ตลาดออนไลน์ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตสินค้าไทยในรายการสินค้าที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความประณีต เช่น กลุ่มอัญมณี เครื่องประดับ สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอางบำรุงผิว วิตามินอาหารเสริม ตลอดจนผลไม้แห้งโดยเฉพาะทุเรียนแห้ง เป็นต้น

แต่การจะเข้าสู่ตลาดออนไลน์ในจีนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าไทยต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน รายละเอียดการนำเข้าสินค้า กฎระเบียบ การหาพันธมิตร และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้การเข้าสู่ตลาดออนไลน์จีนเป็นไปอย่างราบรื่น

ขอบคุณข้อมูลจาก http://marketeer.co.th/2014/12/kbank-china/